[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by KMOBECMAXSITE 1.2.1
    


พัฒนาการเรียนการสอนภาษาไทย
เรื่อง : พัฒนาการอ่านและการเขียนสร้างสรรค์
ความรู้จากการปฏิบัติงาน



 

ผลการใช้วิธีสอนอ่านแบบเอริการ่วมกับการใช้ผังมโนมติที่มีต่อความสามารถในการอ่านจับใจความและการเขียนสร้างสรรค์
ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  2  กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย *
The    Result of Erica Model with Concept Mapping on Ability of Reading for Main Idea and Creative Writing Ability of Prathomsuksa 2   students
 in Thai substance
                                                                             ธัญชนก นิ่มดำ
 
บทคัดย่อ
 
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบความสามารถในการอ่านจับใจความของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ก่อนและหลังการทดลองใช้วิธีสอนอ่านแบบเอริการ่วมกับการใช้ผังมโนมติ  และเพื่อเปรียบเทียบความสามารถในการเขียนสร้างสรรค์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ก่อนและหลังการทดลองใช้วิธีสอนอ่านแบบเอริการ่วมกับการใช้ผังมโนมติ
ประชากร ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนวัดทุ่งยาว (สิริราษฎร์สามัคคี) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพัทลุง ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2550 จำนวน 22 คน
            เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง ประกอบด้วย   1) แผนการจัดการเรียนรู้โดยวิธีสอนอ่านแบบเอริการ่วมกับการใช้ผังมโนมติ หน่วยที่ 20 โบกบินจินตนาการ จำนวน 8 แผน แผนละ 3 ชั่วโมง รวมเป็นเวลา 24 ชั่วโมง   2) แบบทดสอบวัดความสามารถในการอ่านจับใจความ ฉบับทดสอบก่อนเรียนและฉบับทดสอบหลังเรียน ฉบับละ 30 ข้อ เป็นแบบปรนัยเลือกตอบ 4 ตัวเลือก 3) แบบทดสอบความสามารถในการเขียนสร้างสรรค์ ฉบับทดสอบก่อนเรียนและฉบับทดสอบหลังเรียน ฉบับละ 3 ข้อ เป็นแบบอัตนัย วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติค่าเฉลี่ย (m)  ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (s) และค่าร้อยละ   
__________________________________________________
*วิทยานิพนธ์ การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน
**นิสิตผู้ทำวิทยานิพนธ์
***ประธานกรรมการควบคุมวิทยานิพนธ์
****กรรมการควบคุมวิทยานิพนธ์
 
ผลการวิจัยพบว่า
               1) ความสามารถในการอ่านจับใจความของนักเรียนที่ได้เรียนโดยวิธีสอนอ่าน
แบบเอริการ่วมกับการใช้ผังมโนมติ หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน 2) ความสามารถในการเขียนสร้างสรรค์ของนักเรียนที่ได้เรียนโดยวิธีสอนอ่านแบบเอริการ่วมกับการใช้ผังมโนมติ 
หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน
 
Abstract
 
            This research was experimental with one group being tested before and after the experiment. Its objectives were 1) to compare the ability in reading for main idea of students of primary grade 2 before and after the application of the Erica reading model with concept mapping, 2) to compare the creative writing ability of students of primary grade 2 before and after the application of the Erica reading model with concept mapping.
            The population consisted of 22 students of primary grade 2 of Wat Toong Yao School (Sirirasdara Samakkee), Office of Pattalung Educational Zone, in the second term of the 2007 academic year.
            The research instruments consisted of 1) eight plans of learning by the Erica reading model with concept mapping, Unit 20, on the topic of Flight of Imagination, each plan taking three hours for a total of 24 hours, 2) tests to measure the ability in reading for main idea before and after learning, either test containing 30 items, and      3) tests of creative writing ability before and after learning, either test containing three items. The statistics for the data analysis were mean, standard deviation, and percentage.
            The research findings were as follows.
1. The ability in reading for main idea of the students who learned by the Erica
reading model with concept mapping was higher after learning than before it.
2. The creative writing ability of the students who learned by the Erica reading
model with concept mapping was higher after learning than before it.
 
 
ความเป็นมาและความสำคัญ
      ภาษาไทยเป็นเอกลักษณ์ประจำชาติ เป็นสมบัติทางวัฒนธรรมที่ก่อให้เกิดเอกภาพ และเสริมสร้างบุคลิกภาพของคนในชาติให้มีความเป็นไทย เป็นเครื่องมือติดต่อสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจและสัมพันธ์อันดีต่อกัน ทำให้ประกอบธุรกิจการงานและการดำรงชีวิตสังคมประชาธิปไตยได้อย่างสันติสุข และเป็นเครื่องมือในการแสวงหาความรู้ประสบการณ์จากแหล่งข้อมูลสารสนเทศต่าง ๆ เพื่อพัฒนาความรู้ ความคิด วิเคราะห์ วิจารณ์ และสร้างสรรค์ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคมและความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตลอดจนนำไปใช้ในการพัฒนาอาชีพให้มีความมั่นคงทางสังคมและเศรษฐกิจ นอกจากนี้ภาษายังเป็นสื่อที่แสดงถึงภูมิปัญญาของบรรพบุรุษด้านวัฒนธรรม ประเพณี ชีวิทัศน์ โลกทัศน์ และสุนทรียภาพโดยบันทึกเป็นวรรณคดีและวรรณกรรมอันล้ำค่า ภาษาไทยจึงเป็นสมบัติที่ควรค่าต่อการเรียนรู้   เพื่ออนุรักษ์และสืบสานให้คงอยู่คู่ชาติไทยตลอดไป (กรมวิชาการ. 2544 : 2)
ภาษาไทยเป็นภาษาที่มีความสำคัญมากสำหรับคนไทยทุกคน เพราะนอกจากจะเป็นเครื่องมือการติดต่อสื่อสารแล้วภาษาไทยยังเป็นภาษาประจำชาติ เป็นเอกลักษณ์ของชาติและเป็นมรดกล้ำค่าที่บรรพบุรุษได้สร้างไว้ ดังนั้นคนไทยทุกคนจึงควรมีความภาคภูมิใจ และตระหนักว่า เรามีหน้าที่รักษาภาษาไทยให้คงอยู่ตลอดไปดังพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชที่ได้พระราชทานกระแสพระราชดำรัสตอนหนึ่งมีความว่า  เราโชคดีที่มีภาษาเป็นของตนเอง แต่โบราณกาลจึงสมควรอย่างยิ่งที่จะรักษาไว้ ชาติไทยเรามีภาษาของเราใช้เองเป็นสิ่งอันประเสริฐอยู่แล้ว    เป็นมรดกที่ตกทอดมาถึงเราทุกคนจึงมีหน้าที่จะต้องรักษาไว้
(อัจฉรา ชีวพันธ์. 2547 : 14) จากพระราชดำรัสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานไว้นั้นย่อมเป็นที่ประจักษ์ชัดว่า พระองค์ท่านทรงเห็นคุณค่าและความสำคัญของภาษาไทยและมีพระราชประสงค์ที่จะให้คนไทยรักษาไว้ เนื่องจากภาษาไทยมีค่าและสำคัญยิ่งสำหรับคนไทย หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช  2544 เป็นหลักสูตรที่มุ่งพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ เป็นคนดีมีปัญญา มีความสุขและมีความเป็นไทย มีศักยภาพในการศึกษาต่อและประกอบอาชีพ (กรมวิชาการ. 2544 : 1) วิชาภาษาไทยจัดอยู่ในกลุ่มทักษะที่เป็นเครื่องมือการเรียนรู้เพื่อที่ผู้เรียนสามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในชีวิตประจำวัน การเรียนการสอนภาษาไทยจึงมุ่งให้ผู้เรียนมีทักษะทางภาษาสามารถใช้ภาษาสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้งด้านการอ่าน เขียน ฟัง ดู และพูด (กรมวิชาการ.2544 : 3) ด้วยเหตุนี้จึงเป็นภารกิจหลักของโรงเรียนที่จะจัดการเรียนรู้ให้ผู้เรียนบรรลุจุดมุ่งหมายตามที่กำหนดไว้ในหลักสูตร
               การสอนวิชาภาษาไทย เป็นที่ยอมรับกันทั่วไปว่าเป็นเรื่องที่มีความสำคัญมาก เพราะเป็นพื้นฐานทางภาษาในการแสวงหาความรู้ และนำความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อการดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุข ด้วยเหตุนี้กระทรวงศึกษาธิการเล็งเห็นถึงความสำคัญของวิชาภาษาไทย จึงกำหนดแนวทางการปฏิรูปการศึกษา พ.ศ. 2539 – 2550 เรื่องหลักสูตรและกระบวนการเรียนการสอนโดยมุ่งเน้นในด้านพื้นฐานทางภาษาไทย เพื่อรองรับการพัฒนาความรู้และทักษะในระดับที่สูงขึ้น กระทรวงศึกษาธิการจึงได้บรรจุวิชาภาษาไทยให้อยู่ในกลุ่มทักษะที่เป็นเครื่องมือในการเรียนรู้      การเรียนการสอนภาษาไทยในระดับประถมศึกษามุ่งให้ผู้เรียนมีพัฒนาการทางภาษาทั้งด้านการฟัง พูด อ่านและเขียน สามารถใช้ภาษาติดต่อสื่อสารทั้งการรับรู้ และถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิดอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล (กระทรวงศึกษาธิการ. 2535 : 7) ในการจัดการเรียนรู้ภาษาไทยให้มีประสิทธิภาพตามจุดมุ่งหมายของหลักสูตรนั้น   ผู้สอนต้องสอนให้ผู้เรียนสามารถใช้ภาษาในการสื่อสารได้อย่างถูกต้อง ซึ่งจำเป็นต้องมีการฝึกทักษะพื้นฐานที่ให้สัมพันธ์กันทั้ง 4 ด้าน คือ การฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน เพื่อพัฒนาความรู้ ความสามารถในการเรียนรู้วิชาการต่าง ๆ
               การอ่านเป็นวิธีการสำคัญในการแสวงหาความรู้ซึ่งจะนำความก้าวหน้ามาสู่ชีวิต 
การอ่านจะช่วยพัฒนาสติปัญญาของผู้อ่านให้สูงขึ้น ทำให้ผู้อ่านฉลาดรอบรู้ ก้าวทันโลก 
ทันเหตุการณ์ ดังนั้นการอ่านจึงเป็นทักษะที่ผู้เรียนควรได้รับการฝึกฝนเป็นลำดับแรก ดังที่ สุนันทา มั่นเศรษฐวิทย์ (2544 : 1)   กล่าวว่าการอ่านเป็นทักษะพื้นฐานที่สำคัญยิ่งสำหรับนักเรียน นิสิต นักศึกษา เพราะเป็นพื้นฐานการแสวงหาความรู้ ผู้ที่มีความสามารถในการอ่านจะช่วยให้ประสบความสำเร็จในการเรียน ทักษะการอ่านเป็นองค์ประกอบสำคัญยิ่งในการเรียนรู้ เพราะการเรียนวิชาต่าง ๆ ทุกระดับต้องอาศัยความสามารถในการอ่านแทบทั้งสิ้น เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของการอ่าน การเรียนการสอนจำเป็นต้องทำให้ผู้อ่านเกิดทักษะในการอ่านอย่างแท้จริง สามารถนำความรู้จากการอ่านไปใช้ประโยชน์ได้และมีนิสัยรักการอ่านซึ่งจำเป็นต้องฝึกฝนอยู่เสมอ
จากความสำคัญหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช (2544 : 7) ได้กำหนดคุณภาพที่ต้องการให้เกิดการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนมีทักษะทางภาษาอย่างต่อเนื่องในสาระการอ่าน คือ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดไปใช้ตัดสินใจแก้ปัญหาและสร้าง  และสร้างวิสัยทัศน์ในการดำเนินชีวิต และมีนิสัยรักการอ่าน ความสามารถในการอ่านจับใจความเป็นทักษะสำคัญที่จะนำไปสู่ความสำเร็จในการเรียนและเป็นพื้นฐานสำหรับการศึกษาในระดับสูงขึ้น ทักษะการอ่านไม่สามารถเกิดขึ้นเองจะต้องมีการฝึกฝน การที่จะฝึกฝนทักษะการอ่านให้แก่เด็กระดับประถมศึกษาจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง
               ในขณะที่ความคิดสร้างสรรค์ก็เป็นคุณลักษณะหนึ่งที่มีอยู่ในตัวคนทุกคนและสามารถส่งเสริมคุณลักษณะนี้ให้พัฒนาได้โดยการสอน การฝึกฝนและการฝึกปฏิบัติที่ถูกวิธี ความคิดสร้างสรรค์เป็นกระบวนการทางสมองที่คิดในลักษณะอเนกอนัยไปสู่การคิดค้นพบทางสมองที่แปลกใหม่ด้วยการคิดดัดแปลงปรุงแต่งจากวามคิดเดิมผสมผสานเป็นสิ่งใหม่
               การเขียนเป็นศิลปะการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสารถ่ายทอดความรู้ความคิด ตลอดจนความรู้และอารมณ์ต่าง ๆ จากผู้เขียนไปสู่ผู้อ่าน การเขียนสร้างสรรค์เป็นพลังที่ทำให้เกิดสาระทางวิชาการซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความมีเหตุผล ( สมองซีกซ้าย ) และส่วนของการคิดสร้างสรรค์         ( สมองซีกขวา ) โดยจะต้องได้รับการฝึกฝนเกิดทักษะซึ่งนอกจากจะพัฒนาทักษะการเขียนแล้วยังทำให้ทักษะอื่น ๆ พัฒนาไปด้วย   ดังนั้นการเขียนจึงเป็นอีกทักษะที่มีความสำคัญและต้องใช้เวลาในการฝึกฝนมากเช่นเดียวกับทักษะการอ่าน การเขียนเป็นทักษะที่มีบทบาทในการถ่ายทอดความรู้สึก นึกคิด ตลอดจนข้อเท็จจริง ๆ ให้ผู้อื่นรับทราบโดยใช้สัญลักษณ์ตัวอักษร เป็นการบันทึกถ้อยคำและความคิดมิให้สูญหาย โดยเฉพาะการถ่ายทอดวิทยาการต่าง ๆ มนุษย์ใช้การเขียนเพื่อประโยชน์ในชีวิตประจำวัน การเขียนให้มีประสิทธิภาพนั้น ผู้เขียนต้องมีความสามารถในการฟัง พูดและอ่านด้วย ซึ่ง   สนม ครุฑเมือง (2528: 233) กล่าวว่า การเขียนเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง ควรได้รับการฝึกฝนตั้งแต่เด็ก การพัฒนาทักษะการเขียนต้องกระทำควบคู่กันไปกับทักษะการอ่านด้วย เพราะผู้เรียนจะเขียนได้ดีก็มักจะจำรูปแบบจากสิ่งที่ตนเองได้อ่าน จะเห็นว่าการเขียนมีความสำคัญในการดำเนินชีวิตประจำวันของคนเราเป็นทักษะที่มีความซับซ้อนผู้เขียนต้องมีการเลือกใช้คำให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์เพื่อให้การใช้ภาษามีประสิทธิภาพสื่อสารได้ถูกต้อง จะเห็นว่าการเขียนสร้างสรรค์มีความจำเป็นอย่างมากที่จะต้องได้รับการส่งเสริม โดยเฉพาะกับเด็กระดับประถมศึกษาซึ่งเป็นพื้นฐานของวัยอื่น ๆ ต่อไป 
จากความสำคัญของการอ่านและการเขียน การพัฒนาทักษะการอ่านให้ได้ผลดีนั้นจำเป็นอย่างยิ่งต้องพัฒนาทักษะการเขียนให้สัมพันธ์กัน เนื่องจากทั้งสองส่งเสริมพัฒนาการซึ่งกันและกัน หากผู้สอนภาษาไทยได้นำทักษะการอ่านและทักษะการเขียนมาสอนร่วมกันแล้วเชื่อว่าจะทำให้ความสามารถในทักษะทั้งสองของผู้เรียนพัฒนามากขึ้น 
               การสอนอ่านและเขียนเท่าที่ผ่านมาแม้ว่าจะมีการใช้เทคนิคและวิธีการต่าง ๆ หลายวิธีแต่ยังมีผลสะท้อนให้เห็นสภาพการสอนอ่านและเขียนในระดับประถมศึกษาประสบปัญหาอยู่ การจัดการเรียนการสอนกลุ่มทักษะภาษาไทย โดยเฉพาะความสามารถในการอ่านและการเขียนในระดับประถมศึกษาที่ผ่านมาประสบปัญหาหลายประการ เช่น เด็กอ่านหนังสือไม่ได้ อ่านไม่คล่องและอ่านจับใจความจากเรื่องที่อ่านไม่ได้   นักเรียนบางคนอ่านได้แต่ไม่รู้เรื่องที่อ่าน และเด็กที่เรียนจบระดับประถมศึกษาไปแล้ว ส่วนหนึ่งยังอ่านหนังสือได้ไม่ดี ไม่สามารถนำความรู้จากการอ่านไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิผลในขณะที่ด้านความสามารถด้านการเขียน นักเรียนเขียนไม่ได้ เพราะครูเน้นการอ่านทีละคำ ไม่สนใจการเขียนประโยคอย่างถูกต้อง
ทำให้เด็กไม่สามารถใช้ประสบการณ์รอบตัวมาใช้ในการเรียนภาษาไทย เขียนแล้วสื่อสารไม่ได้ เขียนประโยคไม่ถูกต้อง
               ผู้วิจัยจึงได้นำวิธีสอนแบบเอริการ่วมกับการใช้ผังมโนมติจะเป็นวิธีสอนวิธีหนึ่งที่ใช้เป็นแนวทางในการสอนอ่าน เพื่อพัฒนาความสามารถในการอ่านจับใจความและการเขียนสร้างสรรค์ให้กับนักเรียนได้เพราะการสอนแบบเอริกาเป็นการสอนที่ใช้วิธีการหลายอย่างผสมผสานกัน เช่น การใช้บริบทช่วยในการอ่าน การใช้วิธีโคลซ การใช้โครงสร้างระดับยอด ในขณะเดียวกันผู้เรียนจะมีการสร้างผังมโนมติหลังจากการอ่านจับใจความเพื่อพัฒนาเป็นการเขียนสร้างสรรค์ต่อไป นอกจากนี้ในการปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ ในการเรียนการสอน จะให้ผู้เรียนปฏิบัติเป็นกลุ่มและรายบุคคล เพื่อจะได้นำผลการวิจัยไปใช้เป็นแนวทางในการจัดการเรียนการสอนเพื่อเสริมสร้างความสามารถในการอ่านจับใจความและการเขียนสร้างสรรค์ภาษาไทยให้กับนักเรียนต่อไป
วัตถุประสงค์ของการวิจัย
            1. เพื่อเปรียบเทียบความสามารถในการอ่านจับใจความภาษาไทยของนักเรียน         ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ก่อนเรียนและหลังเรียนโดยวิธีการสอนแบบเอริการ่วมกับการใช้ผังมโนมติ
               2. เพื่อเปรียบเทียบความสามารถในการเขียนสร้างสรรค์ภาษาไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ก่อนเรียนและหลังเรียนโดยวิธีการสอนแบบเอริการ่วมกับการใช้ผังมโนมติ
สมมติฐานของการวิจัย
               1. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  2 ที่ได้รับการสอนแบบเอริการ่วมกับการใช้ผังมโนมติมีความสามารถในการอ่านจับใจความภาษาไทยหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน
               2. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  2 ที่ได้รับการสอนแบบเอริการ่วมกับการใช้ผังมโนมติมีความสามารถในการเขียนสร้างสรรค์ภาษาไทยหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
               1. พัฒนาผลสัมฤทธิ์ความสามารถในการอ่านจับใจความและการเขียนสร้างสรรค์ภาษาไทยของนักเรียน
               2. เป็นแนวทางแก่ครูผู้สอนภาษาไทยได้นำวิธีการสอนแบบเอริการ่วมกับการใช้
ผังมโนมติไปปรับปรุงการเรียนการสอนการอ่านจับใจความภาษาไทยให้แก่นักเรียน
               3. เป็นแนวทางแก่ครูผู้สอนภาษาไทยได้นำวิธีการสอนแบบเอริการ่วมกับการใช้
ผังมโนมติไปปรับปรุงการเรียนการสอนการเขียนสร้างสรรค์ภาษาไทยให้แก่นักเรียน
วิธีดำเนินการวิจัย
          1. ประชากรที่ใช้ในการวิจัยในครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนวัดทุ่งยาว (สิริราษฎร์สามัคคี) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพัทลุง ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2550 จำนวน 22 คน 
          2. เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
   2.1 แผนการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย หน่วย โบกบินจินตนาการ
ชั้นประถมศึกษาปีที่  2 โดยใช้วิธีสอนอ่านแบบเอริการ่วมกับการใช้ผังมโนมติ จำนวน 8 แผน แผนละ 3 ชั่วโมง รวม 24 ชั่วโมง โดยมีขั้นตอน ดังนี้
                     ขั้นตอนที่ 1 การเตรียมการอ่าน โดยมีการให้นักเรียนสร้างบริบทเกี่ยวกับเรื่องที่
จะเรียนและให้นักเรียนสำรวจโครงสร้างตำราเรียน หรือโครงสร้างการเขียน  ทำนายคำศัพท์
จากบริบท
                     ขั้นตอนที่ 2 การฝึกอ่านโดยกระบวนการทางความคิด โดยให้ผู้เรียนตอบ
คำถามเกี่ยวกับข้อเท็จจริง คำถามที่บอกเหตุผลของเรื่องที่อ่าน
                     ขั้นตอนที่ 3 การฝึกอ่านจับใจความสำคัญ โดยให้นักเรียนจับใจความโดยสร้างโครงสร้างระดับยอดชนิดบอกรายละเอียดหรือรายการและโครงสร้างระดับยอดชนิดบอกปัญหาและข้อแก้ไข
                ขั้นตอนที่ 4   การถ่ายทอดข้อมูล  การถ่ายทอดข้อมูล  โดยให้นักเรียนสร้าง
ผังมโนมติชนิดเชื่อมโยง จากเรื่องที่เรียนแล้วใช้ภาษาถ้อยคำของตนเองเขียนถ่ายทอดข้อมูล อธิบายความรู้สึกหรือความรู้ที่ได้รับจากการเรียน
               ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านการสอนภาษาไทย 3 คน ตรวจสอบเที่ยงตรงของเนื้อหาโดยหาค่าดัชนีความสอดคล้อง (IC ) กำหนดค่าดัชนีความสอดคล้องตั้งแต่ .67 ขึ้นไป  ผลปรากฏว่าค่าดัชนีความสอดคล้อง เท่ากับ 1.00 ทุกแผน
   2.2 แบบทดสอบวัดความสามารถในการอ่านจับใจความภาษาไทย เป็นแบบ
เลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 2 ชุด ชุดที่ 1 เป็นแบบทดสอบก่อนเรียน จำนวน 30 ข้อ มีค่าความยากง่าย (p)  ตั้งแต่0.35 – 0.77 ค่าอำนาจจำแนก ( r ) ตั้งแต่  0.20 – 0.80 และมีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.67   ชุดที่ 2 เป็นแบบทดสอบหลังเรียน จำนวน 30  ข้อ มีค่าความยากง่าย (p)  ตั้งแต่ 0.45 – 0.77 ค่าอำนาจจำแนก ( r ) ตั้งแต่ 0.25 – 0.65  และมีค่าความเชื่อมั่น
เท่ากับ 0.72
2.3 แบบทดสอบวัดความสามารถในการเขียนสร้างสรรค์ภาษาไทย เป็นแบบอัตนัย
จำนวน 2 ชุด ชุดที่ 1 เป็นแบบทดสอบสอบก่อนเรียน จำนวน 3 ข้อ ชุดที่ 2 เป็นแบบทดสอบหลังเรียน จำนวน 3 ข้อ มีค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) เท่ากับ 1.00  ทั้งฉบับก่อนเรียนและหลังเรียน และฉบับทดสอบก่อนเรียนมีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.83 ฉบับทดสอบหลังเรียนมีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.85  
วิธีดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูล
               การวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูล โดยดำเนินการตามลำดับขั้นตอนดังนี้
            1. ทดสอบก่อนการทดลอง โดยใช้แบบทดสอบวัดความสามารถในการอ่านจับใจความ และแบบทดสอบวัดความสามารถในการเขียนสร้างสรรค์ ฉบับทดสอบก่อนเรียน
               2. ดำเนินการทดลอง   โดยการจัดการเรียนรู้โดยวิธีสอนอ่านแบบเอริการ่วมกับการใช้ผังมโนมติ   โดยสอน 3 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 8 ชั่วโมง รวมเป็นเวลา 24 ชั่วโมง
               3. ทดสอบหลังการทดลอง โดยใช้แบบทดสอบวัดความสามารถในการอ่านจับใจความและแบบทดสอบวัดความสามารถในการเขียนสร้างสรรค์ ฉบับทดสอบหลังเรียน
สรุปผล
               ผู้วิจัยสรุปผลการวิจัยดังนี้
            1. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  2  โรงเรียนวัดทุ่งยาว (สิริราษฎร์สามัคคี) ที่ได้รับการสอนแบบเอริการ่วมกับการใช้ผังมโนมติมีความสามารถในการอ่านจับใจความภาษาไทยหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน
               2. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  2 โรงเรียนวัดทุ่งยาว (สิริราษฎร์สามัคคี) ที่ได้รับการสอนแบบเอริการ่วมกับการใช้ผังมโนมติมีความสามารถในการเขียนสร้างสรรค์ภาษาไทยหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน
อภิปรายผล
ผู้วิจัยได้นำเสนอการอภิปรายผลตามสมมติฐาน ดังนี้
               สมมติฐานการวิจัยข้อที่ 1 นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  2 ที่ได้รับการสอนแบบเอริการ่วมกับการใช้ผังมโนมติมีความสามารถในการอ่านจับใจความภาษาไทยหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน จากการเปรียบเทียบคะแนนความสามารถในการอ่านจับใจความภาษาไทย ผลการวิจัยในครั้งนี้ ปรากฏว่า   ค่าเฉลี่ยของคะแนนความสามารถในการอ่านจับใจความภาษาไทย จากการสอนโดยวิธีสอนอ่านแบบเอริการ่วมกับการใช้ผังมโนมติหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน   ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานที่กำหนดไว้   ทั้งนี้เนื่องมาจากการที่ผลการวิจัยปรากฏผลดังนี้ อาจเป็นผลเนื่องมาจากนักเรียนได้รับการจัดการเรียนรู้ทางการเรียนเพิ่มขึ้นจากเดิม โดยที่ก่อนเรียนนักเรียนจะได้รับการทดสอบวัดความสามารถในการอ่านจับใจความ ซึ่งนักเรียนจะต้องนำประสบการณ์เดิมของนักเรียนมาใช้ในการตอบแบบทดสอบ หลังจากนั้นนักเรียนจะได้การสอนแบบเอริการร่วมกับการใช้ผังมโนมติ แล้วจึงทำการทดสอบวัดความสามารถในการอ่านจับใจความอีกครั้งหนึ่ง ในการทดสอบครั้งนี้นักเรียนได้ใช้ทั้งประสบการณ์เดิมของนักเรียนและประสบการณ์ใหม่จากการเรียนโดยวิธีสอนอ่านแบบเอริการ่วมกับการใช้ผังมโนมติมาใช้ในการตอบแบบทดสอบวัดความสามารถในการอ่านจับใจความ ส่งผลให้นักเรียนทำคะแนนหลังเรียนได้สูงกว่าก่อนเรียน
               ลักษณะกิจกรรมการสอนโดยวิธีสอนอ่านแบบเอริการ่วมกับการใช้ผังมโนมติที่ส่งผลให้นักเรียนมีความสามารถในการอ่านจับใจความสูงขึ้น ทั้งน้ผู้วิจัยมีความเห็นว่าองค์ประกอบที่ส่งผลให้ผลการวิจัยปรากฎเช่นที่กล่าวมาเป็นเพราะ 
               1. การสอนแบบเอริการ่วมกับการใช้ผังมโนมติเป็นการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยยึดผู้เรียนเป็นสำคัญเปิดโอกาสให้นักเรียนได้แสดงความคิดเห็น อภิปรายและทำงานร่วมกันทั้งรายกลุ่มและรายบุคคล นักเรียนมีโอกาสเรียนรู้ในการทำงานร่วมกันและได้ปฏิบัติ  
กิจกรรมต่าง ๆ ด้วยตนเองอยู่ตลอดเวลา  เป็นเครื่องมือในการเรียนรู้เนื้อหาวิชา โดยผ่านกระบวนการทางความคิด เสนอสิ่งต่าง ๆ ที่ได้ค้นหามาเพื่อความเข้าใจในบทเรียน ครูจะมีบทบาทในการป้อนคำถามนำ เพื่อสร้างปัญหาให้ผู้เรียนค้นหาคำตอบ โดยคำถามจะเน้นจุดประสงค์ของเรื่องนั้น การเรียนโดยจัดกลุ่มอภิปราย  ผู้เรียนจะได้เสาะแสวงหาวิธีค้นหาความหมาย และเข้าถึงในสิ่งที่เรียนด้วยตนเองได้เร็วขึ้นในการอภิปรายยังทำให้เกิดความคิดในเรื่องที่จะเรียนของตัวเองอย่างคร่าว ๆ เพื่อที่จะนำเสนอเป็นรูปแบบภาษาที่เข้าใจง่าย ๆ ทั้งนี้เป็นการตัดปัญหาการคัดลอกของผู้เรียน ทั้งยังเป็นการส่งเสริมให้เกิดความคิดริเริ่มสร้างสรรค์อีกด้วย    ดังนั้นนักเรียนจึงได้ใช้ทักษะทางภาษาทั้งการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียนอยู่ตลอดเวลา จึงทำให้นักเรียนเกิดความเข้าใจในการอ่านจับใจความ ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของ สุเมธ ทองไสย (2545 : 79) กล่าวว่า การสอนแบบเอริกาเป็นการจัดการเรียนการสอนที่เปิดโอกาสให้นักเรียนได้ใช้ภาษา ได้คิด ได้นำเสนอสิ่งต่าง ๆ ในการค้นหาความหมายเพื่อที่จะได้เข้าใจสิ่งที่เรียน จับใจความสำคัญสิ่งที่เรียน นักเรียนมีโอกาสพูดคุยและสร้างผังมโนมติซึ่งเป็นแนวคิดเกี่ยวกับเรื่องที่จะเรียนด้วยตนเอง ทำให้เกิดความเข้าใจในเรื่องที่อ่านและจับใจความเรื่องที่อ่านได้ และจากการวิจัยพบว่านักเรียนสามารถทำคะแนนข้อสอบวัดความสามารถในการอ่านจับใจความในระดับข้อเท็จจริงมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 3.90 จากคะแนนเต็ม 4 คะแนนแสดงว่าการสอนด้วยวิธีสอนอ่านแบบเอริการ่วมกับการใช้ผังมโมนมติมีผลต่อการพัฒนาความจำของนักเรียนให้สูงขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับผลการวิจัยของปราสาทพร ชนะศักดิ์ (2542 : บทคัดย่อ) ที่ได้ศึกษาเรื่องผลของการสอนแบบเอริกาที่มีต่อความเข้าใจในการอ่านและเจตคติต่อการอ่านของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 พบว่าการวิจัยนักเรียนที่ได้รับการสอนแบบเอริกามีความเข้าใจในการอ่านและเจตคติสูงกว่านักเรียนที่ได้รับการสอนแบบปกติอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05     
               2. การสอนแบบเอริการ่วมกับการใช้ผังมโนมติเป็นการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่เน้นให้นักเรียนทำงานร่วมกัน ปรึกษา ระดมความคิด ทำให้นักเรียนได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ความคิดเห็นซึ่งกันและกัน ซึ่งก่อให้เกิดความคิดที่หลากหลาย โดยมีครูเป็นผู้คอยช่วยเหลือ และจากการสังเกตในการทำกิจกรรมพบว่านักเรียนมีความสุข สนุกสนานกับการทำนายคำศัพท์จากบริบท การฝึกเขียนโครงสร้างระดับยอด การถ่ายทอดข้อมูล และการสร้างผังมโนมติ             ผู้สอนมีหน้าที่เพียงดำเนินการให้เป็นไป ตามวิธีการสอนเท่านั้น จึงต้องพิจารณาดูว่า ผู้สอนจัดกิจกรรมการสอนเหมาะสมหรือไม่ ซึ่งจะส่งผลต่อการเรียนรู้ของผู้เรียน    ในขณะที่การสร้าง
ผังมโนมติก็จะมีความสำคัญต่อการอ่านเพราะผังมโนมติเป็นกระบวนการที่ช่วยให้ผู้เรียนจัดแสดงความคิดต่าง ๆ ในเรื่องที่อ่านให้อยู่ในรูปภาพหรือแผนที่ได้ เป็นเครื่องมือที่ใช้เสนอกรอบความคิด ความสัมพันธ์ของเรื่องที่อ่านหรือเขียน ผังมโนมติมีความสำคัญสำหรับการเรียนการสอนและการดำรงชีพของมนุษย์มากในชีวิตประจำวันของทุกคนจะต้องพบกับปัญหาที่เกิดขึ้น ความต้องการตามวิถีทางของการดำรงชีวิต การแก้ปัญหา การตัดสินใจ หรือการแสวงหาความรู้   ใด ๆ ล้วนแต่ต้องอาศัยมโนมติเป็นรากฐานแทบทั้งสิ้น เพราะมโนมติเป็นแก่นของความรู้หรือที่เรียกว่า “ความคิดหลัก” เมื่อสะสมเพิ่มพูนขึ้นเรื่อย ๆ จากประสบการณ์ต่าง ๆ ก็จะช่วยให้มีความคิดแตกฉานยิ่งขึ้น นอกจากนี้แล้วในการทำกิจกรรมในการเรียนของนักเรียนหากพบข้อบกพร่องครูก็สามารถให้ความช่วยเหลือได้ทันที ส่งผลให้นักเรียนมีความกระตือรือร้น สนุกสนานในการเรียนและทำให้นักเรียนมีความเข้าใจในการอ่าน สามารถจับใจความเรื่องที่อ่านสูงขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับที่ บันลือ พฤกษะวัน (2532 : 8-10) กล่าวว่าครูผู้สอนจะต้องพยายามให้การเรียนอ่านของเด็กสนุกสนาน และเพลิดเพลิน โดยที่ครูผู้สอนจะต้องคำนึงว่า ในการสอนการอ่านหรือการจัดกิจกรรมการอ่านทั้งปวงจะต้องสร้างบรรยากาศในการสอนให้อบอุ่น สนุกสนาน เช่น ครูมีความเป็นกันเอง รักและเมตตาคอยให้กำลังใจหาทางช่วยเหลือและแก้ไข 
               สมมติฐานการวิจัยข้อที่ 2 นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  2 ที่ได้รับการสอนแบบเอริการ่วมกับการใช้ผังมโนมติมีความสามารถในการเขียนสร้างสรรค์ภาษาไทยหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน จากการเปรียบเทียบคะแนนความสามารถในการเขียนสร้างสรรค์ภาษาไทย ผลการวิจัยในครั้งนี้ ปรากฏว่า   ค่าเฉลี่ยของคะแนนความสามารถในการเขียนสร้างสรรค์ภาษาไทย จากการสอนโดยวิธีสอนอ่านแบบเอริการ่วมกับการใช้ผังมโนมติหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน   ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานที่กำหนดไว้ทั้งนี้เนื่องมาจาก
               1. การสอนแบบเอริกาเป็นการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาทักษะทางภาษา ซึ่งจะเน้นการอ่านเป็นสำคัญแล้วพัฒนาทักษะการอ่านไปสู่ทักษะอื่นอย่างบูรณาการ เช่น ทักษะการฟังจากการสนทนา ทักษะการพูดจากการอภิปราย การรายงานหน้าชั้น ทักษะการเขียน จากการใช้สำนวนภาษาของตนเองในการเขียนสรุปเรื่องหรือเขียนอธิบายเรื่องราวต่าง ๆ และการฝึกเชื่อมโยงความคิด ดังนั้นนักเรียนที่ได้รับการสอนแบบเอริการ่วมกับการใช้ผังมโนมติจึงมีโอกาสได้ฝึกทักษะการใช้ภาษาได้อย่างครบวงจรทั้งในด้านการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียนอย่างต่อเนื่อง นักเรียนจึงได้รับความรู้จากการอ่าน ได้คิด ได้อภิปรายพูดคุยกันและถ่ายทอดความคิดของตนออกมาเป็นภาษาเขียน จึงเห็นได้ว่านักเรียนที่ได้รับการสอนแบบเอริการ่วมกับการใช้ผังมโนมติมีโอกาสได้ปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการเขียนสร้างสรรค์ ก่อให้เกิดประสบการณ์ในการพัฒนาความคิดรวบยอดทางภาษาอย่างถาวรนักเรียนจะซึมซับเอาความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในการเขียนของตนเองได้จากการวิจัยพบว่านักเรียนจะมีความสามารถในการเขียนสร้างสรรค์หลังเรียนสูงขึ้นในทุกด้าน ด้านการแสดงเพิ่มขึ้นร้อยละ28.88 ด้านการเชื่อมโยงความคิดเพิ่มขึ้นร้อยละ 25.05   ด้านการเสนอเรื่องเพิ่มขึ้นร้อยละ 32.32 ด้านการใช้ภาษาเพิ่มขึ้นร้อยละ 31.31   และด้านเนื้อหาสาระเพิ่มขึ้นร้อยละ 26.26   ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของออสติน (Austin; 1983 อ้างอิงใน ศศิธร วงศ์ชาลี. 2542 : 122)    ที่พบว่าการเขียนที่ดีควรจะเริ่มต้นจากวิธีต่าง ๆ ซึ่งต่อเนื่องกันโดยจะเน้นลักษณะด้านการวิเคราะห์อย่างเป็นลำดับขั้น เช่น จากการวิเคราะห์ตัวอย่างไปสู่หลักการเขียนแล้วจึงไปสู่การเขียน หรือใช้การฝึกอ่านเรื่อง ถ้อยคำ ภาษา ศิลปะการเขียนที่ดี วิธีการดังกล่าวนี้จะมีผลต่อการเรียนวิชาภาษาไทย สอดคล้องกับงานวิจัยของอุไร วุฒิสิทธิ์ (2541 : บทคัดย่อ) ที่กล่าวว่านักเรียนที่ได้รับการฝึกโดยมีแบบฝึกการเขียนสร้างสรรค์จะมีผลงานการเขียนในด้านความคิดสร้างสรรค์ ด้านวิธีเขียน ด้านการใช้ภาษา และด้านกลไกการเขียนอยู่ในเกณฑ์ดีและนักเรียนมีความสามารถทางการเขียนสร้างสรรค์สูงกว่าการเรียนโดยวิธีปกติ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01   ดังนั้นนักเรียนที่ได้รับการสอนโดยวิธีสอนอ่านแบบเอริการ่วมกับการใช้ผังมโนมติจึงมีความสามารถทางการเขียนสร้างสรรค์หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน
               2. กิจกรรมการสอนเขียนสร้างสรรค์โดยวิธีสอนอ่านแบบเอริริการ่วมกับการใช้ผังมโนมติเป็นกิจกรรมที่เร้าใจ เปิดโอกาสและส่งเสริมให้นักเรียนได้แสดงออกในด้านความคิดของตนเอง ครูควรส่งเสริมให้นักเรียนถามและตอบ โดยครูให้ความสนใจกับคำถามและคำตอบแปลก ๆ ของนักเรียน เอาใจใส่ต่อความคิดของนักเรียน รับฟังความคิดเห็นของนักเรียน ส่งเสริมให้นักเรียนคิดโดยปูพื้นฐานความคิดสร้างสรรค์เพื่อให้นักเรียนได้คิดอย่างกว้างขวาง หลายทิศทาง หลายแง่ หลายมุม ซึ่งสอดคล้องกับ อุทัยวรรณ ปิ่นประชาสรร (2538 : 18-19) ที่กล่าวถึงหลักการเขียนสร้างสรรค์ไว้ว่า การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนนั้น ครูควรเน้นความคิดอเนกอนัย คือ สร้างคิดคำใหม่ ๆ หลาย ๆ คำตอบ ที่ไม่ใช่คำตอบเดียว ให้แรงจูงใจกระตุ้นให้นักเรียนเกิดกระบวนการคิด และเรียนรู้ด้วยตนเอง มีอิสระที่จะแสดงความคิดของตนเองอย่างเต็มที่ ซึ่งครูอาจจะใช้วิธีตั้งคำถามหรือสร้างสถานการณ์ที่ก่อให้เกิดคำตอบหลายประการ เพื่อเป็นสิ่งกระตุ้นให้นักเรียนได้คิดไปได้หลาย ๆ แนว ซึ่งจะทำให้นักเรียนสามารถถ่ายทอดออกมาเป็นการเขียนสร้างสรรค์   ซึ่งสอดคล้องกับ กรรณิการ์ พวงเกษม (2533 : 34) ที่กล่าวว่าบรรยากาศและสถานการณ์เป็นปัจจัยหนึ่งในการเขียนสร้างสรรค์ ครูควรสร้างบรรยากาศที่เป็นกันเองและเหมาะสมกับผู้เรียน ส่งเสริมให้นักเรียนกล้าคิด กล้าทำ กล้าแสดงออก เป็นตัวของตัวเอง ครูควรให้ความสนใจและเอาใจใส่ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้นักเรียนประสบความสำเร็จในการเขียนสร้างสรรค์ ซึ่งผู้วิจัยพบว่านักเรียนที่ไม่กล้าคิดกล้าแสดงออกในครั้งแรก จะกล้าคิดและกล้าแสดงออกมากขึ้น ทั้งนี้เพราะครูได้ให้โอกาสกับนักเรียนได้อย่างเต็มที่ ทำบรรยากาศในการเรียนให้มีแต่ความสนุกสนาน ให้ความเป็นกันเอง ทำให้นักเรียนสามารถถ่ายทอดความคิดของตนเองได้อย่างอิสรเสรี สอดคล้องกับงานวิจัยของ ศศิธร วงศ์ชาลี (2542 : บทคัดย่อ)ที่กล่าว่า นักเรียนที่ได้รับการสอนแบบมุ่งประสบการณ์ภาษามีความสามารถในการเขียนสูงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05       
ข้อเสนอแนะ
               ข้อเสนอแนะในการนำผลการวิจัยไปใช้
            1. การจัดการเรียนรู้โดยวิธีสอนอ่านแบบเอริการ่วมกับการใช้ผังมโนมติเป็นวิธีสอนอ่านที่สามารถพัฒนาการอ่านจับใจความและการเขียนสร้างสรรค์ภาษาไทยได้ดี แต่ครูผู้สอนควรจะใช้พัฒนาการอ่านจับใจความและการเขียนสร้างสรรค์ในภาคเรียนที่ 2 เพราะผู้เรียนอ่านและเขียนได้คล่องแล้ว
               2. ในการจัดการเรียนรู้ตามวิธีสอนอ่านแบบเอริการ่วมกับการใช้ผังมโนมติ ครูควรแนะนำและชี้แจงให้นักเรียนเข้าใจถึงกระบวนการเรียนการสอนแต่ละขั้นตอนให้นักเรียนเข้าใจอย่างทั่วถึง
               3. ในการจัดการเรียนรู้ตามวิธีสอนอ่านแบบเอริการ่วมกับการใช้ผังมโนมติเป็นรูปแบบการสอนอ่านที่มีประสิทธิภาพ ดังนั้นจึงควรพิจารณานำเอาวิธีการสอนแบบเอริการ่วมกับการใช้ผังมโนมติไประยุกต์ใช้ในการจัดกระบวนการอ่านเพื่อให้นักเรียนสร้างความรู้และพัฒนาทักษะการคิดนำไปใช้ตัดสินใจแก้ปัญหาในการดำเนินชีวิตและมีนิสัยรักการอ่าน
            ข้อเสนอแนะในการทำวิจัยครั้งต่อไป
            1. ควรมีการทดลองการสอนตามวิธีสอนอ่านแบบเอริการ่วมกับการใช้ผังมโนมติในกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยในระดับชั้นอื่น ๆ
               2. ควรมีการศึกษาเปรียบเทียบความสามารถในการอ่านจับใจความและความสามารถในการเขียนสร้างสรรค์ด้วยวิธีสอนแบบอื่น ๆ กับวิธีสอนอ่านแบบเอริการ่วมกับการใช้ผังมโนมติ
               3. ควรนำวิธีสอนแบบเอริการ่วมกับการใช้ผังมโนมติไปศึกษากับตัวแปรอื่น เช่น ความสามารถในการอ่านเชิงวิเคราะห์ ความคงทนในการเรียน เจตคติต่อการเรียน
 
 
 
 
 
 
 
เอกสารอ้างอิง
 
กรรณิการ์ พวงเกษม. (2533). การสอนเขียนเรื่องโดยใช้จินตนาการสร้างสรรค์
            ในระดับประถมศึกษา.   กรุงเทพฯ :  ไทยวัฒนาพานิช.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2535). ปัญหาและกลวิธีการสอนภาษาไทยในโรงเรียน
            ประถมศึกษา. กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.  
_______. (2545). หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544. กรุงเทพฯ :
               โรงพิมพ์องค์การรับส่งสินค้าและครุภัณฑ์.
กรมวิชาการ, กระทรวงศึกษาธิการ. (2546). การจัดสาระการเรียนรู้ภาษาไทยตาม
หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
บันลือ พฤกษะวัน. (2532). มิติใหม่ในการสอนอ่าน. กรุงเทพฯ :ไทยวัฒนาพานิช.
ประสาทพร ชนะศักดิ์. (2542). ผลการสอนแบบเอริกาที่มีต่อความเข้าใจในการอ่านและ
            เจตคติต่อการอ่านของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4. วิทยานิพนธ์
            ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต ปัตตานี : มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.
ศศิธร วงศ์ชาลี. (2542). การศึกษาความเข้าใจในการอ่านและความสามารถในการ
            เขียนภาษาไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่ได้รับการสอนแบบมุ่ง
            ประสบการณ์ภาษากับการสอนตามคู่มือครู. ปริญญานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต
               กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร.  
สุนันทา มั่นเศรษวิทย์. (2537). หลักและวิธีสอนอ่านภาษาไทย. กรุงเทพฯ : ไทยวัฒนา
               พานิช.
สุเมธ ทองไสย. (2545). ผลของการสอนแบบเอริกาที่มีต่อความเข้าใจในการอ่านอย่างมี
            วิจารณญาณของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตร
            มหาบัณฑิต ปัตตานี : มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.
อุไร วุฒิสิทธิ์. (2541). ผลการใช้แบบฝึกการเขียนสร้างสรรค์ที่มีต่อความสามารถทาง
            การเขียนสร้างสรรค์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6. วิทยานิพนธ์ศึกษา      
                ศาสตรมหาบัณฑิต ปัตตานี : มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.
 
 
 
 


ผู้เขียน : ธํญชนก นิ่มดำ
หน่วยงาน : โรงเรียนวัดบ้านนา
ศุกร์ ที่ 13 เดือน กรกฏาคม พ.ศ.2555
เข้าชม : 853
Not Rated stars เฉลี่ย : Not Rated จาก 0 ครั้ง.


พัฒนาการเรียนการสอนภาษาไทย 5 อันดับล่าสุด

      สุภาษิต 15 / ก.ค. / 2555
      เพลงตัวการันต์ 15 / ก.ค. / 2555
      เศรษฐกิจพอเพียง 15 / ก.ค. / 2555
      การพัฒนาหลักสูตรที่สอดคล้องกับการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน 13 / ก.ค. / 2555
      เพื่อนช่วยเพื่อน 13 / ก.ค. / 2555


เชิญร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ โดยสมัครเป็นสมาชิกของศูนย์จัดการความรู้
สิทธิของสมาชิก สามารถบันทึกขุมความรู้ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และดาวน์โหลดได้
คลิกที่นี่สมัครสมาชิก
    
เว็บแมงมุม
เครือข่ายความคิด พันธมิตรความรู้
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพัทลุง เขต 1